Huawei เปิดตัว Xinghe AI Fabric 2.0 และสวิตช์ Liquid-Cooled 51.2T สำหรับ Data Center ยุค AI

Huawei เปิดตัว Xinghe AI Fabric 2.0 และสวิตช์ Liquid-Cooled 51.2T สำหรับ Data Center ยุค AI

ในงาน MWC Barcelona 2026 ที่จัดขึ้นในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก Huawei ได้เปิดตัวโซลูชันเครือข่ายศูนย์ข้อมูลรุ่นใหม่ Xinghe AI Fabric 2.0 พร้อมเปิดตัวสวิตช์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบ fixed switch ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของอุตสาหกรรมอย่าง CloudEngine XH9230-128DQ-LC ซึ่งรองรับแบนด์วิดท์สูงถึง 51.2Tbps (128 × 400GE)

การเปิดตัวเทคโนโลยีครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายสำหรับ AI Data Center และช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและระบบอัจฉริยะขององค์กรทั่วโลก

Data Center กำลังก้าวสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว

Arthur Wang ประธานฝ่าย Data Center Network Domain ของ Huawei ระบุว่า เครือข่ายศูนย์ข้อมูลในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากยุคที่เน้น Virtualization และ Cloud Computing ไปสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Artificial Intelligence (AI)

เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Huawei จึงพัฒนา Xinghe AI Fabric 2.0 ซึ่งสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบ 3 ชั้น ได้แก่

  • AI Brain – ระบบควบคุมเครือข่ายอัจฉริยะ
  • AI Connectivity – โครงสร้างการเชื่อมต่อความเร็วสูงสำหรับงาน AI
  • AI Network Elements – อุปกรณ์เครือข่ายหลักภายใน Data Center

สถาปัตยกรรมนี้ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง AI-Ready Data Center Network ที่รองรับการประมวลผลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4 เทคโนโลยีหลักของ Xinghe AI Fabric 2.0

โซลูชันใหม่ของ Huawei มาพร้อมความสามารถสำคัญ 4 ด้านที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่าย Data Center

1. Rock-Solid Architecture 2.0

สถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เน้นความเสถียรสูง โดยใช้ AI Eagle-Eye Engine เพื่อตรวจจับและวิเคราะห์ปัญหาในระบบแบบอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครือข่ายในหลายระดับ

2. StarryWing Digital Map 2.0

ระบบ Network Automation ที่ใช้แพลตฟอร์ม NetMaster ในการบริหารเครือข่ายแบบอัตโนมัติ ช่วยให้การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Data Center มีความรวดเร็วและลดภาระการทำงานของทีม IT

3. Xinghuan AI Turbo 2.0

เทคโนโลยีสำหรับจัดการทราฟฟิกเครือข่ายของงาน AI โดยรองรับทั้ง

  • Network Packet Load Balancing (NPLB)
  • Network Stream Load Balancing (NSLB)

ช่วยให้การกระจาย workload ของ AI cluster ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. iFlashboot 2.0

เทคโนโลยีรีบูตอุปกรณ์เครือข่ายความเร็วสูง ที่สามารถทำการรีสตาร์ทระบบได้ภายใน 5 วินาที ช่วยลด downtime ของ Data Center

การผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้องค์กรสามารถสร้าง Always-on AI Data Center Network ที่รองรับการทำงานของ AI Agent และระบบประมวลผลขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง


เปิดตัวสวิตช์ Data Center แบบ Liquid-Cooled รุ่นแรกของอุตสาหกรรม

นอกจากโซลูชันเครือข่ายใหม่แล้ว Huawei ยังเปิดตัว CloudEngine XH9230-128DQ-LC ซึ่งเป็นสวิตช์ Data Center รุ่นแรกของอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบ Liquid Cooling

คุณสมบัติเด่นของสวิตช์รุ่นนี้ ได้แก่

  • รองรับแบนด์วิดท์ 51.2Tbps (128 × 400GE)
  • ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว 100% สำหรับ optical modules
  • ประสิทธิภาพการระบายความร้อนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมถึง 2 เท่า
  • รองรับการติดตั้งสวิตช์ได้สูงสุด 8 ตัวต่อหนึ่ง cabinet

เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่ม ความหนาแน่นของระบบ (density) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายใน Data Center

เปิดตัวพอร์ตเครือข่าย 800GE สำหรับ AI Data Center

ภายในบูธของ Huawei ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เครือข่ายสำหรับ Data Center ที่รองรับ 800GE networking อย่างครบถ้วน ได้แก่

  • CloudEngine XH16800 Series – modular switch รองรับสูงสุด 768 × 800GE ports
  • CloudEngine XH9330 – fixed switch รองรับ 128 × 800GE ports
  • CloudEngine XH9320 – fixed switch รองรับ 64 × 800GE ports

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว StarryLink optical modules รุ่นใหม่ที่รองรับความเร็ว 800GE และ 400GE ซึ่งมีความเสถียรสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึงสองเท่า และรองรับการส่งข้อมูลระยะไกลได้มากขึ้น

ที่มา : hpcwire.com

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *