Seagate เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ 32TB รุ่นใหม่ 3 ซีรีส์ ใช้เทคโนโลยี CMR ทั้งหมด เจาะตลาด AI และ Data Center
Seagate หนึ่งในผู้นำตลาดโซลูชันจัดเก็บข้อมูลระดับโลก ประกาศเปิดตัว ฮาร์ดดิสก์ความจุสูง 32TB รุ่นใหม่จำนวน 3 รุ่น ครอบคลุมหลายไลน์ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ระดับองค์กร ไปจนถึงงานวิดีโอและ AI Surveillance โดยทุกรุ่นใช้เทคโนโลยี CMR (Conventional Magnetic Recording) ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านความเสถียรและประสิทธิภาพในการเขียนข้อมูลต่อเนื่อง
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากกระแส AI, Cloud Computing และ Data Center ขนาดใหญ่ ที่ต้องรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาลในระยะยาว
3 รุ่นใหม่ ความจุ 32TB จาก Seagate มีอะไรบ้าง
ฮาร์ดดิสก์ 32TB ที่เปิดตัวในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ซีรีส์หลัก ได้แก่
1. Seagate Exos 32TB – เรือธงสำหรับ Data Center
Exos ถือเป็นฮาร์ดดิสก์ระดับองค์กร (Enterprise-grade) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานใน Data Center และ Cloud Infrastructure โดยเฉพาะ
- ความจุ: 32TB
- เทคโนโลยีบันทึกข้อมูล: CMR
- จุดเด่น: ความทนทานสูง รองรับการทำงานต่อเนื่องตลอด 24/7
- ราคาเปิดตัว: ประมาณ 849 ดอลลาร์สหรัฐ
Exos รุ่นนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดจำนวนไดรฟ์ แต่เพิ่มความจุต่อเครื่อง เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและพื้นที่ในศูนย์ข้อมูล
2. Seagate IronWolf Pro 32TB – สำหรับ NAS และ Enterprise SMB
IronWolf Pro เป็นซีรีส์ที่ออกแบบมาสำหรับ ระบบ NAS และองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่
- ความจุ: 32TB
- รองรับการใช้งานหลายผู้ใช้ (Multi-user)
- เหมาะสำหรับงาน Backup, File Server และ Virtualization
รุ่นนี้ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ยังคงความเสถียรและอายุการใช้งานยาวนาน
3. Seagate SkyHawk AI 32TB – ฮาร์ดดิสก์สำหรับ AI และระบบกล้อง
SkyHawk AI ถูกออกแบบมาสำหรับงาน Video Surveillance และ AI Analytics โดยเฉพาะ
- รองรับการประมวลผลวิดีโอจากกล้องจำนวนมาก
- ออกแบบมาให้เขียนข้อมูลต่อเนื่องได้ตลอดเวลา
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 699 ดอลลาร์สหรัฐ
เหมาะสำหรับเมืองอัจฉริยะ (Smart City), ระบบรักษาความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ต้องจัดเก็บวิดีโอความละเอียดสูงเป็นเวลานาน
ทำไม Seagate เลือกใช้ CMR แทน SMR
จุดที่น่าสนใจคือ ฮาร์ดดิสก์ 32TB ทั้งหมดใช้ CMR (Conventional Magnetic Recording) แทน SMR ซึ่งแม้จะมีต้นทุนสูงกว่า แต่ให้ข้อดีชัดเจน เช่น
- ประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลที่สม่ำเสมอ
- เหมาะกับงานระดับองค์กรและ Data Center
- ลดปัญหาคอขวดในการใช้งานหนัก
Seagate ระบุว่าตลาด Enterprise และ AI ต้องการความเสถียรมากกว่าความประหยัดต้นทุนเพียงอย่างเดียว
เทรนด์ความต้องการ HDD ความจุสูงยังไม่จบ
แม้ SSD จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ HDD ความจุสูงยังคงมีบทบาทสำคัญ ในตลาด Data Center และ Cloud เนื่องจากต้นทุนต่อ TB ที่ต่ำกว่า และเหมาะกับงานจัดเก็บข้อมูลระยะยาว (Cold / Warm Data)
การเปิดตัว HDD 32TB ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า Seagate ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ เพื่อรองรับยุค AI และ Big Data อย่างต่อเนื่อง
สรุป
Seagate เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ 32TB รุ่นใหม่ 3 ซีรีส์ ครอบคลุมทั้ง Data Center, NAS และ AI Surveillance โดยใช้เทคโนโลยี CMR ทั้งหมด พร้อมราคาที่สะท้อนตลาดระดับองค์กร การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยืนยันว่า HDD ยังเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในยุค AI
ที่มา : Tom’sHardward

